วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

การสมรส นายเฉลิมชัย ไพโรจน์ รปศ.502 เลขที่8

การสมรส ในสังคมไทยกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าการที่ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายที่จะทำการสมรสได้นั้นต้องมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แต่ถ้ามีเหตุอันสมควรก็ต้องให้ศาลสั่งจึงจะทำการสมรสได้อาจจะเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมในสมัยโบราณที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องคือให้ผู้หญิงไทยมีการรักนวลสงวนตัวไม่ชิงสุกก่อนห่ามจึงทำให้การตรากฎหมายของไทยมีการตรากฎหมายในการสมรสไว้ให้เหมาะให้ควรกับวัยอันควรจึงจะทำการสมรสได้ไม่เหมือนกับในบางประเทศที่มีการสมรสตั้งแต่ยังเยาว์เริ่มอายุสิบสี่สิบห้าก็มีการแต่งงานกันแล้ว ตัวอย่างเช่นในประเทศอินเดียต่างๆเป็นต้น และการที่จะสมรสกันนั้นกฎหมายไทยยังกำหนดไว้ว่าต้องไม่เป็นญาติที่สืบสายโลหิตกันโดยตรง อาจจะดูไม่ดีในทางสังคมในทางขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมและในเชิงวิทยาศาสตร์ดังนั้นการที่จะทำอะไรในสังคมไทยนอกจากจะยึดหลักกฎหมายแล้วต้องยึดหลักค่านิยม วัฒนธรรมของสังคมที่สร้างกันมาแต่สมัยโบราณด้วย

บุตรบุญธรรม

บุตรบุญธรรม
การที่จะรับเด็กสักคนมาเป็นลูกบุญธรรมคนที่รับจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีและเด็กที่รับเป็นลูกบุญธรรมจะต้องมีอายุห่างกับผู้อุปการะเลี้ยงดูสิบห้าปีขึ้นไป จึงจะรับเด็กคนนั้นมาเป็นลูกได้ ในทางกฎหมายเรียกว่าบุตรบุญธรรมในการที่เป็นบุตรบุญธรรมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะมาเป็นสามีภรรยากันได้ถ้าเกิดจะเป็นสามีภรรยากันจริงๆก็จะต้องยกเลิกสถานการณ์เป็นบุตรบุญธรรมถ้าเป็นอยู่ในสองสถานะจะไม่ได้ ในการรับบุตรบุญธรรมนั้นคนที่อุปการะเลี้ยงดูควรให้ความเคารพสิทธิและให้เกียรติแก่บุตรบุตรบุญธรรมจึงไม่ควรยกสถานะเด็กคนนั้นมาเป็นสามีภรรยาเพราะในทางสังคมไทยก็อาจดูไม่เหมาะไม่ควรการที่เป็นบุตรบุญธรรมแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นสามีภรรยาถึงแม้จะไม่สายเลือดเดียวกันก็ตาม
นายจิรนนท์ เดือนเพ็ง รปศ.502 เลขที่3